10 อันดับสินค้าขายดี ที่เป็นที่ต้องการของตลาดแดนมังกร

10 อันดับสินค้าขายดี ที่เป็นที่ต้องการของตลาดแดนมังกร

          จากบทความคราวก่อน เรื่อง “สร้างเงิน ออนไลน์ ด้วยการรุกตลาดจีน” ได้บอกถึงความสำคัญไปแล้วว่า ทำไมเราจึงควรนำสินค้าของเราไปบุกตลาดจีน เพราะนอกจากคนจีน มีจำนวนประชากรที่มากที่สุดในโลกแล้ว ยังมีกำลังซื้อที่มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลกด้วยเช่นกัน

          ตอนนี้ เลยอยากจะมาแนะนำว่า สินค้าไทยประเภทใดบ้าง ที่เป็นความต้องการของตลาดจีนในปัจจุบัน จากผลการสำรวจของทางบริษัท Baidu ซึ่งเป็น Search Engine อันดับ 1 ของประเทศจีน (google จีนนั่นเอง) บอกเลยว่า สินค้าไทยที่คนจีน นิยมทำการค้นหามากที่สุด มีดังต่อไปนี้

 

  1. Latex Pillow (หมอนยางพารา)

สินค้า หมอนยางพารา ที่บอกว่า เป็นอันดับ 1 ของผลการค้นหายอดนิยมของชาวจีน หลายๆ คนคงไม่แปลกใจนัก เพราะเราจะพบเห็นได้เลยว่า ชาวจีน ที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย มักจะมาหาซื้อ หมอนยางพารา กลับไปบ้าน เป็นจำนวนมาก เพราะยางพารา ของไทย ถือเป็นยางพาราคุณภาพดี ที่ราคาไม่แพง ดีต่อสุขภาพ ชาวจีนบางคนที่มา ถึงกลับซื้อ ฟูกเบาะที่นอน ที่เป็นยางพารา แล้วให้ส่งกลับทางเรือ เป็นจำนวนมากกันเลยทีเดียว จึงไม่แปลกใจ ที่ หมอนยางพารา จะขึ้นแท่น ครองแชมป์ เป็นสินค้าไทย ขายดี ที่มีความต้องการสูงมากของชาวจีน

 

  1. Green Herb (ยาเสลดพังพอน)

ยาหม่อง พื้นบ้านที่เรามีติดครัวเรือนกันทุกวันนี่แหละ.. เป็นที่นิยมชมชอบของชาวจีนมากนัก  ด้วยความที่คนไทย กับคนจีน มีสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด สนิทกันอยู่แล้ว ความชอบจึงมีความคล้ายๆ กันอยู่มาก ซึ่งยาหม่อง พวกยาเสลดพังพอน เหล่านี้ มีกลิ่นและเอกลักษณ์ เฉพาะตัว สามารถสูดดม รักษาแมลง กัดต่อย ได้ผลดีสงัดนัก จึงไม่แปลกใจ ที่ชาวจีน ต้องค้นหาสินค้าประเภท ยาหม่อง นี้กลับไปเป็น ยาสามัญประจำบ้านของตัวเอง

 

  1. L’Oréal (ลอรีอัล)

Brand เครื่องสำอาง ยี่ห้อดัง ลอรีอัล ที่มีผลิตภัณฑ์ออกมา อย่างมากมาย ที่สำคัญคุณภาพดี มาตรฐานระดับโลก ในราคาที่สัมผัสได้ โดยเป็นที่ชื่นชอบ และชื่นชม ในหมู่หนุ่มสาวชาวจีน เป็นจำนวนมาก โดยดูได้จากบูธ ของ King power ที่จะพบว่า คนจีนแย่งกันซื้อ สินค้า ลอรีอัล แบบกวาดยก shelf กันเลยทีเดียว ทั้งนี้ ที่ต้องมาซื้อในประเทศไทย เพราะ สินค้าลอรีอัลที่ขายในประเทศไทยนั้น มีราคาถูกที่สุดในภาคพื้นเอเชีย กันเลยทีเดียว

ดังนั้น คนจีนที่จะเดินทางมาประเทศไทย ต้องซื้อ เครื่องสำอาง ลอรีอัล กลับไปบ้าน เหมือนที่ชาวไทยเราไป โกย etude ที่เกาหลี กลับมากันนั่นเอง..

 

  1. Naraya (ร้านนารายา)

อันนี้ แทบไม่ต้องพูดถึงความขายดิบ ขายดี ของกระเป๋าไทย ที่มีเอกลักษณ์ เป็น กระเป๋าผ้า มีโบว์ ซึ่งราคาถูก ถือ เป็นสินค้าไทย ที่ทำการตลาดได้อย่างดีเยี่ยม โดยใช้กลยุทธ์ “ป่าล้อมเมือง” ที่ทำให้คนต่างชาติ สนใจและซื้อสินค้าของเราก่อน แล้วจึงทำให้คนไทย หันมาซื้อและใช้สินค้าไทยกันเองมากยิ่งขึ้น

ส่วนความ hot ของ brand นารายา นั้น ไม่ต้องบรรยายมาก เพราะร้านนารายา ที่ เซ็นทรัลเวิลด์ นั้น คนจีนแย่งกันไปซื้อ ชนิดว่า ผลิตไม่ทันขายกันเลยทีเดียว ดังนั้น ถ้าใครจะไปเมืองจีน โดยสะพายกระเป๋า นารายา ไปนะคะ.. จะได้รับรู้ถึงความเป็น hi-so ของคนที่โน้นทันทีเลย

 

  1. Snake Medicine (ยาเชอยิวหวัน)

ยาเชอยิวหวัน หรือ น้ำมันตับปลา หลังจากการเปิดประเทศของจีน ทำให้ชาวจีน หลายๆ คนหันมาสนใจ ดูแลสุขภาพ และอาหารการกิน เป็นพิเศษ ทำให้น้ำมันตับปลา กลายเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคชาวจีน กันอย่างล้นหลาม เพราะราคาไม่แพงมาก แถมยังมีสรรพคุณมากมาย ที่ชาวจีนหลายๆ คนต้องซื้อไว้กินเป็นประจำ

 

  1. Kia Tu Tan (ยาเกี่ยทุตัน)

ยาเกี่ยทุตัน หรือ ยาสกัดจากพิษงูเห่า สินค้าตัวนี้ อาจจะไม่คุ้นหูกับคนไทยเราเท่าไรนัก แต่กลับเป็นความต้องการของชาวจีน จำนวนมาก ซึ่งเป็นความเชื่อของคนจีน ที่ว่าพิษของงูเห่านั้น สามารถรักษาโรคได้ และเป็นยาสมุนไพรที่ช่วยในระบบทางเดินหายใจ และสาเหตุของการเกิดโรงมะเร็งได้อีกด้วย คล้ายๆ น้ำมันสนเข็มแดง ที่เกาหลี เช่นกัน

 

  1. Local Goods (สินค้าท้องถิ่น)

สินค้าท้องถิ่น ด้วยความที่ไทยเราเป็นประเทศที่มีสินค้าที่มี วัฒนธรรม และสินค้าพื้นเมืองตามแต่ละ ตำบล อำเภอ และจังหวัดมากมาย (otop product) ซึ่งสินค้าพื้นบ้านเหล่านี้แหละ ที่ชาวต่างชาติ (ไม่เฉพาะชาวจีน) มักจะเป็นต้องการอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น ผ้าขาวม้า, ทุเรียนอบแห้ง, สบู่, น้ำมันหอมระเหย ที่มีกลิ่นเฉพาะแบบไทยๆ ที่มีราคาไม่แพง คุณภาพดี จึงเป็นสินค้า ที่ชาวจีน มักนิยมค้นหาและสั่งซื้ออย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

 

  1. Snail Cream (ครีมหอยทาก)

ครีมบำรุงผิวที่ทำจาก ครีมหอยทาก ที่เน้นความเนียนนุ่ม และขาวใส ซึ่งสามารถเข้าไปตีตลาดจีนได้อย่างชะงักนัก เพราะสาวๆ ชาวจีน ก็ชอบอะไรคล้ายๆ บ้านเรา และยิ่งรู้ว่า หลายๆ brand มีแหล่งผลิตครีมหอยทาก ในประเทศไทย ทำให้การมาเมืองไทยของชาวจีน จำเป็นต้องกวาด ต้องโกย ครีมหอยทาก ติดไม้ ติดมือกลับไปด้วยเสมอ เพราะจะได้สินค้าจากแหล่งต้นกำเนิดที่แท้จริง

 

  1. Bird’s Nest (รังนก)

รังนก.. อาหารเสริมบำรุงร่างกาย ของชาวจีน มาตั้งแต่ครั้งโบราณ ณ กาล ที่มีรสชาติ หวาน หอม อร่อย ผลิตได้มาก ทางตอนใต้ของไทย รังนกขายดีมากที่ประเทศจีน มีสรรพคุณช่วยบำรุงกำลัง บำรุงปอด และรักษาโรคระบบทางเดินหายใจ นอกจากนี้ยังมีผลการวิจัยของนักวิจัยชาวญี่ปุ่นออกมาว่า รังนกนั้นมีประโยชน์จริง คือสามารถป้องกันและยับยั้งการติดเชื้อไวรัสได้

นอกจากนี้ ชาวจีน ยังมีความเชื่อกันอีกว่า ถ้าเป็นรังนกที่มีสีแดง จะหมายถึง น้ำลายของนก ที่คายออกมาเป็นเลือด ซึ่งจะมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์กับร่างกายเป็นอย่างมาก ทำให้ชาวจีน นิยมชมชอบ ในการหาซื้อรังนกปนเลือดมารับประทาน แต่เมื่อทาง เมืองจีน รู้ว่าคนจีนของเขา ชอบกินรังนกปนเลือด จึงมักเติมสี หรือสารปนเปื้อนต่างๆ เพื่อให้รังนกมีสีแดง ซึ่งไม่ใช่ของคุณภาพดีที่ ชาวจีนต้องการจริงๆ ดังนั้นชาวจีน จำนวนมาก จึงอยากได้ รังนกที่เป็นของฟาร์มในประเทศไทย เพราะได้มาตรฐานและคุณภาพที่ดี

 

  1. Herb Basics (ร้านHerb Basics)

ร้านขายสมุนไพรเชียงใหม่ ที่ดังไกลไปถึงเมืองจีน จากกระแสภาพยนตร์เรื่อง “Lost in Thailand” เมื่อหลายปีก่อน ที่ได้เดินทางไปเชียงใหม่ ทำให้ชาวจีนไปเชียงใหม่ เยอะมาก รองจาก การมาเที่ยวกรุงเทพฯ กันเลยทีเดียว และเชียงใหม่เอง ก็เป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ ของความเป็นล้านนา สมุนไพร ไทย แบบต่างๆ ทำให้ ชาวจีนที่มาเยือนถิ่นแดนไทย ถ้าไปเชียงใหม่ต้องไปหาซื้อสมุนไพร ต่างๆ เหล่านี้ด้วยเสมอๆ จึงเป็นอีกหนึ่งสินค้าไทย ที่คนจีนนิยมมาจับจ่ายเป็นของฝากกลับไปด้วยเสมอ

 

จากผลการค้นหาสินค้าไทยยอดนิยมของชาวจีน จะพบว่า สินค้าไทยส่วนใหญ่ที่คนจีน นิยมซื้อนั้น มักจะเลือก สินค้า ที่มีคุณภาพดี เป็นที่ตั้ง ตามด้วย ราคา ที่คนส่วนใหญ่ จับต้องได้ ดังนั้น การไปบุกตลาดจีน จึงไม่ใช่แค่ เอาสินค้าอะไรไปขายก็ได้ แต่สินค้าไทยนั้น ต้องมีคุณภาพดี และมีมาตราฐานด้วยเช่นกัน

ผู้ประกอบการหลายๆ คนอาจจะกังวลว่า แล้วถ้าสินค้าเหล่านี้ มีคนไทยไปบุกตลาดมาเรียบร้อยแล้ว ยังจะมีช่องว่างให้เราเข้าไปทำได้หรือไม่? ตอบได้เลยว่า “จีน” ใหญ่กว่าที่เราคิด ต่อให้มีคนทำตลาดไปแล้ว 10 ราย เราก็ยังมีโอกาสขายได้ และขายดีได้เสมอ เพราะแค่ 1% ของจีน ถ้าเราขายได้ก็รวยแล้วค่ะ

หากสนใจ เรียนรู้เกี่ยวกับการส่งออกออนไลน์ไปตลาดจีน สามารถไปลงทะเบียนได้ที่ http://bit.ly/export-china

สร้างเงินออนไลน์ด้วยการรุกตลาดจีน

สร้างเงินออนไลน์ด้วยการรุกตลาดจีน

          เราเพิ่งจบการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาไปหมาดๆ เกิดกระแสต่างๆ มากมาย เพราะนโยบายของทรัมป์ที่เป็นนักธุรกิจ และต้องการให้คนอเมริกา มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น โดยหลายครั้งที่เขาหาเสียงนั้น ได้เปรียบเทียบอเมริกากับประเทศจีนเสมอๆ ก็เพราะจีนเจริญก้าวหน้ามาก และเป็นประเทศที่ใครๆ ก็อยากทำการค้าด้วยแล้วทั้งนั้น!! แล้วไทยเราเองล่ะ.. หันมาจับตลาดจีนกันแล้วหรือยัง?

ถ้าพูดถึง “คนจีน” หลายๆ คนอาจจะส่ายหน้า ทำปากเบ้ และไม่ชอบอย่างมากๆ คงจะเป็นอารมณ์เดียวกับที่หลายๆ คนเจอเพื่อนที่รู้จักมาหลอกสมัคร MLM ประมาณนั้น แต่ถ้าเราลองเปิดหู เปิดตา เปิดใจกันสักนิด จะรู้ได้ว่า ในสิ่งที่ไม่ชอบนั้น มีของดีซ่อนอยู่

โดยในการทำการตลาดทั่วไปนั้น เราต้องมีการเลือก target group ของลูกค้า ลองมาดูกันว่า ทำไมเราต้องรุกไปที่ตลาดจีน ก่อนอื่น อยากจะขอเล่าประวัติความเป็นมาเป็นไปของประเทศจีนก่อนสักนิด เพื่อปูพื้นว่า ทำไมเราต้องมาให้ความสนใจกับคนในประเทศนี้ ทำไมเราต้องเข้าไปค้าขายกับคนจีน

อย่างที่เราทราบกันดีว่า ประเทศจีน มีประชากรมากที่สุดในโลก ซึ่งตอนนี้มีอยู่ประมาณ 1,300 – 1,400 ล้านคน (อันดับ 2 คือ อินเดีย) และในปีนี้ ทางรัฐบาลได้ประกาศออกมาแล้วว่า ให้ 1 ครอบครัวสามารถมีลูกได้ 2 คน จากเดิมที่ให้มีลูกได้ 1 คนเท่านั้น แน่นอนว่า จะทำให้คนจีนมีประชากรเพิ่มขึ้นไปอีกเป็นจำนวนมหาศาล

ส่วนเมืองเศรษฐกิจของจีนนั้น เป็นเมืองที่เราๆ ท่านๆ รู้จักกันดี คือ เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เซิ่นเจิ้น ซึ่งทั้ง 3 เมืองนี้ ถือเป็นเมืองที่มีคนต่างชาติ เข้าไปทำธุรกิจเป็นจำนวนมาก มีความเจริญของสถานที่ และการใช้จ่ายค่อนข้างสูง ส่วนเมืองที่ยากจนที่สุดของจีน คือ กุ้ยหยาง เป็นเมืองที่อยู่ของ หวงกว่อซู่ (น้ำตกที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก) เพราะเมืองนี้ เป็นชาวเขาหลายเผ่าอยู่กันอย่างมากมาย เลยพัฒนาไปได้ช้า แต่ก็เป็นเมืองที่เริ่มมีการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์อย่างมาก เพราะที่ดินราคาถูก และมีโอกาสเติบโตได้

มาดูเมืองเศรษฐกิจของจีน อย่างเซี่ยงไฮ้ กันบ้าง.. เซี่ยงไฮ้ ถึงแม้จะไม่ใช่เมืองหลวง แต่เป็นเมืองท่าที่สำคัญมากของจีน เซี่ยงไฮ้ เริ่มมีชาวต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจด้วย ตั้งแต่สมัยซูสีไทเฮา จนเกิดเป็น ตำนานเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ที่หลายๆ ท่านคงเคยได้ดูกัน จริงๆ แล้วเซี่ยงไฮ้ เป็นเมืองที่ไม่มีประวัติอะไรมากมาย แต่ด้วยความเป็นเมืองแห่งการทำธุรกิจนี่เอง ทำให้เซี่ยงไฮ้ มีประชากรอาศัยอยู่ถึง 30-40 ล้านคน เมืองๆ เดียวของจีน เกือบจะครึ่งประเทศของไทยเราแล้ว เริ่มเห็นความน่าสนใจของประเทศจีนกันหรือยังคะ?

ลองมองง่ายๆ ถ้าจีนมีประชากรอยู่ 1,300 ล้านคน และถ้าเรามีสินค้าอยู่ 1 ชิ้น ที่จะนำไปขายที่ประเทศจีน ให้คนจีนได้ใช้สัก 1% ของประชากร คิดซิคะว่า จำนวนเงินมากมายมหาศาลแค่ไหน ที่เราจะได้กำไรกลับมา …

แต่การเข้าไปรุกตลาดจีน ในสมัยก่อน ทำได้ยากมาก ถึงมากที่สุด ทั้งในเรื่องการปิดประเทศทางกฏหมาย การเมือง เศรษฐกิจ การใช้ภาษาซึ่งเป็นภาษาจีน และการปิดกั้นเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้การค้าระหว่างประเทศที่คนไทยเราจะเข้าไปนั้น ลำบากมาก แต่ในปัจจุบันการค้าขายกับคนจีนง่ายขึ้นมาก สิ่งที่ได้พบล่าสุดจากการไปเยี่ยมเยียนที่เซี่ยงไฮ้มาพบว่า คนจีนเรียนรู้เทคโนโลยีได้เร็วมาก เวลาซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ ไม่มีการพกเงินสดกันแล้ว ชำระผ่าน alipay และ wechat กันทั้งนั้น (ถ้าเจอ qr code ที่นี่ จง scan ผ่าน wechat เท่านั้น) และเกือบ 80% ของคนที่นี่ มีการใช้ smartphone ในการทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดเวลา ถ้าด้านการสื่อสาร wechat มาเป็นอันดับ 1 ของเมืองจีน ถ้าคนจีนจะซื้อขายของก็ต้อง Tmall แต่ถ้าจะส่งนอกก็ต้อง alibaba, aliexpress ของ jack ma นั่นเอง และแน่นอนว่า ยักษ์ใหญ่เจ้าตลาดออนไลน์ ที่รวมคนใช้ไว้มากที่สุดคือ Baidu

Baidu คือ บริษัท Search Engine อันดับ 2 ของโลก รองจาก google ที่พวกเราใช้กันอยู่นี่เอง ซึ่ง baidu นั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ search engine แต่ baidu ยังมีผลิตภัณฑ์อีกมากมาย โดยแยกเป็น app ที่ใช้บน pc หรือ app ที่ใช้บนมือถือ ยอดนิยมก็ได้แก่  Photo wonder, Hao123, Du browser และ Baidu map

 

52

53

โดยล่าสุดทาง baidu ได้ร่วมมือกับทาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการเปิดใช้งาน baidu map ในประเทศไทย ให้กับคนจีน เพราะนักท่องเที่ยวจีน ถือเป็นนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทยสูงสุดในหลายปีที่ผ่านมา การใช้งาน baidu map นี้ เพื่อจะให้คนจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวในไทย ได้รู้แหล่งกิน แหล่งเที่ยว ประเพณี และวัฒนธรรม ของไทยผ่านทาง baidu map ซึ่งแน่นอนว่า คนจีนที่มาท่องเที่ยวในไทยนั้น 80% มีการนำ smart phone มาด้วย และ 90% ของ smartphone ที่นำมานั้น มี baidu map ในการใช้งานอยู่แล้ว และนี่ก็เป็นอีกโอกาสที่สำคัญมาก ในธุรกิจท่องเที่ยว ที่เราจะสามารถขายสินค้าให้กับคนจีนที่มาเที่ยวในประเทศไทยได้

และถ้าเราอยากทำตลาดค้าขายกับคนจีน เราก็ต้องเรียนรู้ฟฤติกรรมของคนจีนกันว่า จริงๆ คนจีนชอบอะไร ใช้อะไร และค้นหาอะไรบ้าง

จากผลการศึกษาของ baidu พบว่า คนจีน มักจะค้นหาความบันเทิงต่างๆ เป็นหลัก ซึ่งไม่แตกต่างอะไรกับบ้านเรา แต่สิ่งที่แตกต่างเป็นอย่างมาก ในเรื่องที่เขาเพิ่งเปิดประเทศได้ไม่นาน ทำให้คนในประเทศอยากออกไปเห็นโลกภายนอกว่า แต่ละประเทศมีการพัฒนาและมีสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ อะไรบ้าง จึงทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวในจีนเติบโตมากในระยะเวลา หลายสิบปีมานี้ ประเทศไทย ถือเป็นจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวของคนจีนเลยทีเดียว ซึ่งตั้งแต่ปี 2003 ถึง 2015คนจีนมาเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ถึง 300% และในปีที่ผ่านมา และประเทศไทย เป็นจุดมุ่งหมายอันดับ 1 คนการที่คนจีนจะมาเที่ยวในเมืองไทย

54

มีคนจีนมาเที่ยวในไทยมากถึง 120ล้านคนกันเลยทีเดียว ซึ่งในปี 2016 นี้ ก็น่าจะมีคนจีนมาท่องเที่ยวในไทย ประมาณ 150 ล้านคนได้อย่างสบายๆ ซึ่งถ้าขายสินค้าให้กับคนจีน จำเป็นต้องเรียนรู้ก่อนเลยว่า Social Media ทั่วโลกมีอะไร แต่เมื่อเข้าจีน ทุกอย่างต้องเปลี่ยนเป็นจีน ซึ่ง media tools แต่ละอย่าง จะแตกต่างกันออกไป ดังนั้นการตลาดต้องเปลี่ยนไปตาม media ที่เขาใช้กันด้วย

ไม่ใช้ Google แต่มี Baidu

ไม่ใช้ Youtube แต่มี Youku

ไม่ใช้ Facebook แต่มี Weibo

ไม่ใช้ Line แต่มี WeChat

ไม่ใช้ Joox แต่มี Xiami

 

อันนี้ แค่เบื้องต้น ซึ่งใน detail ยังมีอีกเยอะให้เราต้องค้นหาและติดตาม.. และ จากที่เกริ่นนำมาทั้งหมด พอจะเห็นช่องทางการทำกำไรจากคนจีน บ้างหรือยังคะ?

Uplevelgoal

cropped-logo_12.png

บริษัท UpLevelGoal

เราจะโตไปพร้อมกับคุณ!

           หากคุณเป็นคนหนึ่ง ที่อยากจะขายสินค้าในโลกออนไลน์ให้ได้ แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง ทำโฆษณาแบบไหนดี? UpLevelGoal (อัพเลเวลโกล) พร้อมจะให้บริการด้านการตลาดออนไลน์ (online marketing) ไม่ว่าจะเป็น Google AdWords, SEO, Facebook Ads, Youtube หรือ Baidu และเราพร้อมจะเติบโตไปพร้อมกับคุณ ตามเป้าหมายที่คุณวางไว้ เราจะช่วยในการวางแผนการตลาด ตามงบประมาณที่คุณมี…

และหากคุณเป็นคนที่อยาก รุกตลาดจีน UpLevelGoal เราจะช่วยคุณในการทำการตลาดในประเทศจีน ด้วยการลงโฆษณาที่ BaiDu ซึ่งเป็น Search Engine อันดับ 1 ของจีน และครอบคลุมการใช้งานของคนจีน เกือบ 90% ทั้ง baidu map, du browser และเว็บไซต์พันธมิตรของจีน ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่า ทำการค้ากับจีน ประเทศเดียว ก็สามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลแล้ว เพราะคนจีนมีประชากรมากถึง 1,400 ล้านคนกันเลยทีเดียว..

อย่าลังเลในการตัดสินใจ เริ่มรุกตลาดจีนก่อนใครวันนี้ กับ BaiDu และ UpLevelGoal

ติดต่อได้ที่ ajgoople@gmail.com

Google Display Network คืออะไร

Google Display Network คืออะไร ?
Google Display Network หรือ Google Content Network หรือ Google Placement คือ การลงโฆษณาในรูปแบบของ Pay Per Click หรือการเสียค่าใช้จ่ายเมื่อมีการคลิก ซึ่งอาจจะดูคล้ายกับ Google Adwords เพียงแต่ต่างกันตรงที่ตำแหน่งในการแสดงผล ถ้าเป็นของ Google Placement จะปรากฎโฆษณาบนเว็บไซต์ที่เป็นพันธมิตรกับทาง Google โดยสามารถแสดงผลการโฆษณาทั้งในรูปแบบ ตัวอักษร หรือรูปภาพ ตามการรองรับของเว็บไซต์นั้น ๆ ในขณะที่ทาง Google Adwords จะปรากฎผลการโฆษณาบน www.google.com เพียงเว็บไซต์เดียว


ประโยชน์ในการลงโฆษณา Google Display Network

           สร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ โดยวิธีการสร้างแบรนด์ด้วยกูเกิล เครื่องมือยอดฮิตที่จะทำให้การสร้างแบรนด์ของคุณเป็นไปแบบประหยัดค่าใช้จ่าย เป็นที่จดจำ และทั่วถึง หากมีการลงโฆษณาเฉพาะในส่วนที่เป็นการค้นหา (Search) เพียงเท่านั้น จะไม่สามารถสร้าง brand ให้ลูกค้ารู้จักได้ดีเท่ากับการลงโฆษณาในลักษณะ Content Network ซึ่งการลงโฆษณาในลักษณะของ Content Network ทำให้ครอบคลุมวงจรการซื้อได้มากกว่า

แต่ปัจจุบัน เราสามารถนำโฆษณาของเราไปติดในเว็บไซต์ต่างๆ ได้ โดยคิดค่าใช้จ่ายเป็นแบบ Cost Per Impression (CPM) หรือ Cost Per Click (CPC) ก็ได้ ซึ่งเป็นราคาที่เราสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ด้วยตัวเราเอง ความสามารถนี้เราเรียกว่าการทำ Google Content Network หรือ Google Display Network หรือ Google Placement ซึ่งเป็น function ตัวหนึ่งซึ่งอยู่ภายในวิธีการลงโฆษณาของ Google AdWords โดยเราสามารถเลือกได้ว่า จะเปิดใช้งาน function ของ Google Content Network นี้หรือไม่? ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่า เราจะนำโฆษณาของเราไปปรากฏในเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาในเรื่องแบบใดบ้าง


ตัวอย่าง 

Google Content Network หรือ Google Display Network หรือ Google Placement
001002

 

ภาพที่ 1 เว็บไซต์  : www.beauty.spokedark.tv  

ภาพที่ 2 เว็บไซต์  : www.teenee.com

 

รูปแบบในการปรากฎโฆษณา แบ่งออกเป็น 2 แบบ

1.โฆษณาแบบ Text โฆษณาแบบข้อความ เนื่องจากเว็บไซต์พันธมิตรบางเว็บไซต์รองรับเฉพาะ Text Ads ซึ่งสามารถเลือกให้ลงโฆษณาแบบ Text ได้ ดังภาพตัวอย่าง โดยสามารถใส่ข้อความได้ 3 บรรทัด ดังนี้

1. Headline หรือ พาดหัว: สามารถใส่ข้อความได้ 25 อักขระ [รวมการเว้นวรรค]
2. บรรทัดคำอธิบาย 1 : สามารถใส่ข้อความได้บรรทัดละ 35 อักขระ [รวมการเว้นวรรค]
3. บรรทัดคำอธิบาย 2 : สามารถใส่ข้อความได้บรรทัดละ 35 อักขระ [รวมการเว้นวรรค]

002

2. โฆษณาแบบรูปภาพ โฆษณาแบบรูปภาพนี้ จะขึ้นอยู่กับว่า เว็บไซต์พันธมิตรนั้นๆ สามารถรองรับไฟล์ขนาดใดได้บ้าง เราจึงต้องเตรียมไฟล์รูปภาพที่ปรับขนาดและรูปแบบอย่างเหมาะสม ข้อกำหนดด้านขนาดและรูปแบบขึ้นอยู่กับเว็บไซต์ที่เราต้องการให้แสดงโฆษณา ยกตัวอย่างขนาดที่ทาง Google รองรับ

รูปแบบไฟล์ที่ยอมรับ: .GIF, .JPG, .JPEG, .PNG, .SWF
ขีดจำกัดขนาดไฟล์: ไม่เกิน 150 KB ทุกไฟล์
ขนาดโฆษณาที่รองรับ: 300 x 600 250 x 250 120 x 600 160 x 600 เป็นต้น

1

ภาพที่  4  ตัวอย่างโฆษณาแบบรูปภาพขนาด 300x600  บนเว็บไซต์  www.teenee.com

การเลือกเว็บไซต์พันธมิตรของ Google ในการขึ้นโฆษณาให้เหมาะกับธุรกิจของเรา

1. กำหนดเป้าหมายตามบริบท : เสาะหาตำแหน่งที่ดีที่สุดบนเครือข่ายดิสเพลย์ของ Google ที่จะแสดงโฆษณาของคุณ ซึ่งสามารถช่วยแสดงโฆษณาของคุณต่อผู้ชมที่สนใจธุรกิจของคุณ และมีความเป็นไปได้สูงที่จะเพิ่มยอดคลิกและยอดขายของคุณได้

2. เลือกไซต์หรือหน้าเว็บที่เฉพาะเจาะจง : แสดงสารบนเว็บไซต์ที่คุณคิดว่าตรงที่สุดกับธุรกิจของคุณโดยใช้การกำหนดเป้าหมายจากตำแหน่ง เมื่อคุณเพิ่มตำแหน่งที่จัดการแล้ว คุณจะแสดงโฆษณาบนหน้าเว็บ, วิดีโอออนไลน์, เกม, ฟีด RSS ตลอดจนไซต์และแอปบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่คุณเลือกได้ หรือแม้แต่จะบล็อกโฆษณาจากไซต์ที่คุณไม่คิดว่าเกี่ยวข้องก็ย่อมได้


ตัวอย่างเว็บไซต์ที่เป็นพันธมิตรของ Google
แยกเว็บไซต์ตามหมวดหมู่เพื่อเจาะจงกลุ่มเป้าหมายในการลงโฆษณาของธุรกิจเราให้แคบลง เพื่อให้ลูกค้าที่สนใจเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเราเห็นและจดจำแบรนด์สินค้าของเราได้ ยกตัวอย่างเว็บไซต์ตามหมวดหมู่ได้ดังนี้

หมวดหมู่ Community

003

 หมวดหมู่ข่าว

2

 

หมวดหมู่กีฬา

3

 

หมวดหมู่ท่องเที่ยว

5

หมวดหมู่รถยนต์

6

หมวดหมู่ผู้หญิง

7

 

หมวดหมู่สุขภาพ

8

 

Search Engine Marketing มีความสำคัญอย่างไร ?

การทำ Search Engine Marketing มีความสำคัญอย่างไร ?


ถ้าเราคิดที่จะหาอะไรสักอย่าง อย่างแรกเราคงต้องนึกถึง Web Search Marketing หรือ เครื่องมือค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต ลูกค้าก็เช่นเดียวกัน หากต้องการจะค้นหาสินค้าหรือบริการอะไรสักอย่างคงต้อง นึกถึง Web Search Engine หรือ เครื่องมือค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตและเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า Web Search Engine ที่แบบที่นิยมในการใช้งานของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกอันดับแรกคือ Google.com นั่นเอง อาจเพราะ Google ค้นหาข้อมูลได้รวดเร็วตรงใจภายในระยะเวลาการค้นหาเพียงไม่กี่เสี้ยววินาที ผลลัพธ์ที่ต้องการค้นหา จะปรากฏแสดงบนหน้าจอ
การทำ Search Engine Marketing ถือเป็นสุดยอดวิธีการโปรโมทเว็บไซต์ได้อย่างดีที่ไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าถูกโฆษณาแม้แต่น้อย จากพฤติกรรมการใช้ Internet ในปัจจุบัน ที่กว่า 80 % ของผู้ใช้นิยมค้นหาข้อมูลสินค้าและบริการต่าง ๆ ผ่านทาง Search Engine ทำให้การโปรโมทเว็บไซต์ผ่าน Search Engine เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงไปตรงมาและมีประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อเทียบกับสื่อโฆษณาอื่นๆ อย่าง banner, email หรือสื่อหลักๆ อย่างวิทยุ หรือโทรทัศน์